ปก-กัญชากัญชง

‘กัญชง-กัญชา’ โอกาสใหม่ฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย

กัญชา กัญชง โอกาสใหม่ฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย รายการกรุงเทพธุรกิจ Biz insight วันที่ 2 กันยายน 2564

ขอขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/957979

                           : https://www.youtube.com/watch?v=a-4LWzTnj-g

000

​ชั่วโมงนี้อะไรก็ฉุดไม่อยู่! ล่าสุดคุณโอม-ผู้บริหารไฟแรง​ บ.​ไอคัลเลอร์​ คอสเมติคส์​ (ประเทศไทย)​ จำกัด​ ลงข่าวในไทยรัฐ​ ตอกย้ำความเป็นหนึ่งด้านเครื่องสำอางกัญชงกัญชา​อย่างแท้จริง

       วินาทีนี้คงไม่มีเมกะเทรนด์ไหนจะมาแรงแซงทางโค้งเท่ากับ “ธุรกิจกัญชา-กัญชง” ซึ่งได้รับการปลดล็อกจากรัฐบาลให้เป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ ปลุกกระแสคึกคักไปทั่วทุกอุตสาหกรรม เช่นเดียวกับ “ธีมผู้สูงอายุ” ที่สร้างโอกาสธุรกิจเกิดใหม่มากมายนับไม่ถ้วน พร้อมรับสังคมวัยเก๋า ซึ่งมีแนวโน้มจะเติบโตอย่างรวดเร็วในเมืองไทย ใครจับเทรนด์รุ่งมาต่อยอดความรวยได้ก่อนย่อมมีชัยเหนือคู่แข่ง

       ในฐานะทายาทผู้นำเข้าบรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางรายใหญ่ที่สุดของอาเซียน “คอมเม็ทส์ อินเตอร์เทรด จำกัด” ที่คร่ำหวอดในวงการแพ็กเกจจิ้งเครื่องสำอางไทยมาหลายทศวรรษ “หนุ่มโอม-สฤษฏ์รัช พิบูลย์สวัสดิ์” ทุ่มเทเวลา 2 ปีเต็ม ปลุกปั้นบริษัทน้องใหม่ “ไอคัลเลอร์ คอสเมติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด” เพื่อรับจ้างผลิตเครื่องสำอางจากกัญชา-กัญชง อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยถือเป็นเจ้าแรกในประเทศไทยที่ได้รับใบจดแจ้งเครื่อง สำอางจากผงใบกัญชาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

       ก็เพราะเป้าหมายสูงสุดคือ อยากผลักดันให้กัญชา-กัญชง กลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่ยั่งยืนของประเทศไทย สร้างรายได้จากการส่งออกไปทั่วโลก งานนี้ “ไอคัลเลอร์” จึงร่วมมือกับวิสาหกิจชุมชนเพลาเพลินฯ จังหวัดบุรีรัมย์ (PHC) ผู้นำด้านการปลูกกัญชาและกัญชงแบบเกษตรมาตรฐานสูงเกรดทางการแพทย์ คิดค้นพัฒนาวัตถุดิบคุณภาพจากกัญชา-กัญชง เพื่อนำมาผลิตเครื่องสำอางเป็นสินค้าต้นแบบของไทย โดยส่วนที่นำมาใช้จะมีหลากหลาย ทั้งใบ, ลำต้น, ราก และกาก ตามนโยบายซีโร่เวสต์ของสมาคมการค้าอุตสาหกรรมกัญชงไทย (TIHTA) ยอดฮิตสุดน่าจะเป็นส่วนของใบกัญชาแห้ง ปัจจุบันราคาตลาดกิโลกรัมละ 1,000-35,000 บาท ผลจากการศึกษาพบว่ากัญชา-กัญชง มีสรรพคุณสำคัญในการยับยั้งอนุมูลอิสระ, ช่วยคงความอ่อนเยาว์, ปรับสมดุลให้ผิว, ลดเลือนริ้วรอย, ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของชั้นผิว และให้ความชุ่มชื้นได้ดี

       งานนี้ “หนุ่มโอม” พิชิตหลักไมล์แรก ด้วยการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ต้นแบบแรกออกสู่ตลาดก่อนใคร นั่นคือ “บีไวลด์ แคนนาบิส ลีฟ พาวเดอร์ เฟเชียล มาส์ก” เป็นมาส์กหน้าใสจากผงใบกัญชา ช่วยลดเลือนริ้วรอยและเพิ่มความชุ่มชื้นทันใจ เสริมประสิทธิภาพลดรอยหมองคล้ำ และอาการบวมช้ำ ด้วยสารสกัดจากใบบัวบกกับวิตามินซี ถือเป็นความสำเร็จก้าวสำคัญของคนรุ่นใหม่ไฟแรงที่น่าจับตามองอีกหนึ่งคนรุ่นใหม่ที่จับกระแสเทรนด์ฮอตมาปลุกปั้นเป็นธุรกิจดาวรุ่งได้อย่างน่าสนใจ

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.thairath.co.th/lifestyle/health-and-beauty/2131007

55

“วิสาหกิจชุมชนเพลาเพลินฯ” ร่วมมือ “iColor” ผนึกกำลังพัฒนา ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากกัญชา กัญชง พร้อมลงแข่งตลาดโลก

       สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (25 มิถุนายน 2564) – วิสาหกิจชุมชนศูนย์กลางการพัฒนาสมุนไพรเพลาเพลินเพื่อชุมชน จ.บุรีรัมย์ (PHC) ผู้นำด้านการปลูกกัญชาและกัญชงแบบเกษตรมาตรฐานสูงเกรดทางการแพทย์ของประเทศไทย ร่วมมือกับ บริษัท ไอคัลเลอร์ คอสเมติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านการผลิตเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าและผิวกาย ผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผม ผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ในโรงแรมและสปา รวมถึงบรรจุภัณฑ์ต่างๆคุณภาพสูงมาตรฐานระดับสากล ร่วมพัฒนาวัตถุดิบ จากกัญชา กัญชง สู่ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเพื่อเป็น Pilot Project นำร่องเป็นรายแรกของไทย ตั้งเป้ามุ่งสู่การแข่งขันในตลาดโลก

       นางศศิการ ล้อจิโรภาส ประธานวิสาหกิจชุมชนศูนย์กลางการพัฒนาสมุนไพรเพลาเพลินเพื่อชุมชน จ. บุรีรัมย์ (PHC) กล่าวว่า “จากที่ทางวิสาหกิจชมุชนเพลาเพลินฯ ได้มีประสบการณ์การปลูกกัญชาทางการแพทย์ ในระบบปิดแบบเกษตรมาตรฐานสูงเกรดทางการแพทย์ ให้กับภาคสาธารณสุขใช้ทำเป็นยารักษาโรคมาแล้ว ทางวิสาหกิจเพลาเพลินฯ จึงได้เข้ามาร่วมขับเคลื่อนในทางอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจ ด้วยการนำผลผลิตส่วนที่ไม่ใช่ยาเสพติด และไม่ผิดกฎหมายมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง

       นางศลิษา พิบูลย์สวัสดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอคัลเลอร์ คอสเมติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้ เราได้ร่วมลงนามภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือในการวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่อง สำอาง ซึ่งใช้วัตถุดิบจากกัญชา กัญชง และสมุนไพรอื่นๆ เพื่อต่อยอดและเป็นแนวทางในการหาโอกาสใหม่ๆ ในเชิงเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมให้กับกัญชากัญชงที่กำลังจะกลายเป็นพืชเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนตัวใหม่ของ ประเทศไทย ให้มีมาตรฐานสากลและพร้อมก้าวไกลไปสู่วงการเครื่องสำอางระดับโลก และในวันเดียวกันนี้ผลิตภัณฑ์ที่เราร่วมกันวิจัยพัฒนาเป็น Pilot Project คือผลิตภัณฑ์แคนนาบิส ลีฟ พาวเดอร์ เฟเชียล มาส์ก ได้มีการจดแจ้งผลิตภัณฑ์กับทาง อย. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกำลังดำเนินการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่นกัน”

       สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ประกาศกฎหมายที่มีกัญชา กัญชง เป็นส่วนผสม ได้มีการกำหนดให้ส่วนที่ไม่ใช่ยาเสพติด ได้แก่ เปลือก ลำต้น เส้นใย กิ่งก้าน ราก ใบที่ไม่ติดช่อดอก และกากจากการสกัด และน้ำมันหรือสารสกัดจากเมล็ดกัญชงและสารสกัด Cannabidiol (CBDซึ่งมี Tetrahydrocannabinol (THC) ไม่เกินร้อยละ 0.2 โดยน้ำหนัก สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในเครื่องสำอางได้ เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2564 ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าในตลาดเครื่องสำอาง อีกทั้งยังเป็นผลดีของภาคการเกษตรผู้ปลูกกัญชาและกัญชง และเป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะได้ก้าวเข้าสู่การแข่งขันในอุตสาหกรรมกัญชา กัญชง ระดับสากล

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.hooninside.com/news-feed/217492/view/

30

“วิสาหกิจชุมชนเพลาเพลินฯ” ร่วมมือ “iColor” ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากกัญชา กัญชง

        ร่วมพัฒนาวัตถุดิบ จากกัญชา กัญชง สู่ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเพื่อเป็น Pilot Project นำร่องเป็นรายแรกของไทย ตั้งเป้ามุ่งสู่การแข่งขันในตลาดโลก

        วิสาหกิจชุมชนศูนย์กลางการพัฒนาสมุนไพรเพลาเพลินเพื่อชุมชน จ.บุรีรัมย์ (PHC) ผู้นำด้านการปลูกกัญชาและกัญชงแบบเกษตรมาตรฐานสูงเกรดทางการแพทย์ของประเทศไทย ร่วมมือกับ บริษัท ไอคัลเลอร์ คอสเมติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านการผลิตเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าและผิวกาย ผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผม ผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ในโรงแรมและสปา รวมถึงบรรจุภัณฑ์ต่างๆคุณภาพสูงมาตรฐานระดับสากล ร่วมพัฒนาวัตถุดิบ จากกัญชา กัญชง สู่ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเพื่อเป็น Pilot Project นำร่องเป็นรายแรกของไทย ตั้งเป้ามุ่งสู่การแข่งขันในตลาดโลก

        นางศศิการ ล้อจิโรภาส ประธานวิสาหกิจชุมชนศูนย์กลางการพัฒนาสมุนไพรเพลาเพลินเพื่อชุมชน จ. บุรีรัมย์ (PHC) กล่าวว่า “จากที่ทางวิสาหกิจชมุชนเพลาเพลินฯ ได้มีประสบการณ์การปลูกกัญชาทางการแพทย์ ในระบบปิดแบบเกษตรมาตรฐานสูงเกรดทางการแพทย์ ให้กับภาคสาธารณสุขใช้ทำเป็นยารักษาโรคมาแล้ว ทางวิสาหกิจเพลาเพลินฯ จึงได้เข้ามาร่วมขับเคลื่อนในทางอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจ ด้วยการนำผลผลิตส่วนที่ไม่ใช่ยาเสพติด และไม่ผิดกฎหมายมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง”

        นางศลิษา พิบูลย์สวัสดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอคัลเลอร์ คอสเมติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้ เราได้ร่วมลงนามภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือในการวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่อง สำอาง ซึ่งใช้วัตถุดิบจากกัญชา กัญชง และสมุนไพรอื่นๆ เพื่อต่อยอดและเป็นแนวทางในการหาโอกาสใหม่ๆ ในเชิงเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมให้กับกัญชากัญชงที่กำลังจะกลายเป็นพืชเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนตัวใหม่ของ ประเทศไทย ให้มีมาตรฐานสากลและพร้อมก้าวไกลไปสู่วงการเครื่องสำอางระดับโลก และในวันเดียวกันนี้ผลิตภัณฑ์ที่เราร่วมกันวิจัยพัฒนาเป็น Pilot Project คือผลิตภัณฑ์แคนนาบิส ลีฟ พาวเดอร์ เฟเชียล มาส์ก ได้มีการจดแจ้งผลิตภัณฑ์กับทาง อย. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกำลังดำเนินการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่นกัน”

        สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ประกาศกฎหมายที่มีกัญชา กัญชง เป็นส่วนผสม ได้มีการกำหนดให้ส่วนที่ไม่ใช่ยาเสพติด ได้แก่ เปลือก ลำต้น เส้นใย กิ่งก้าน ราก ใบที่ไม่ติดช่อดอก และกากจากการสกัด และน้ำมันหรือสารสกัดจากเมล็ดกัญชงและสารสกัด Cannabidiol (CBD) ซึ่งมี Tetrahydrocannabinol (THC) ไม่เกินร้อยละ 0.2 โดยน้ำหนัก สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในเครื่องสำอางได้ เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2564 ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าในตลาดเครื่องสำอาง อีกทั้งยังเป็นผลดีของภาคการเกษตรผู้ปลูกกัญชาและกัญชง และเป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะได้ก้าวเข้าสู่การแข่งขันในอุตสาหกรรมกัญชา กัญชง ระดับสากล

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.bangkokbiznews.com/pr/detail/78437

677

วิสาหกิจชุมชนเพลาเพลิน ร่วมมือ iColor พัฒนา เครื่องสำอางจากกัญชา กัญชง

       วิสาหกิจชุมชนศูนย์กลางการพัฒนาสมุนไพรเพลาเพลินเพื่อชุมชน จ.บุรีรัมย์ (PHC) ผู้ปลูกกัญชาและกัญชงแบบเกษตรมาตรฐานสูงเกรดทางการแพทย์ของประเทศไทย ร่วมมือกับ บริษัท ไอคัลเลอร์ คอสเมติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมพัฒนาวัตถุดิบจากกัญชา กัญชง สู่ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเพื่อเป็น Pilot Project นำร่องเป็นรายแรกของไทย ตั้งเป้ามุ่งสู่การแข่งขันในตลาดโลก

ศศิการ ล้อจิโรภาส ประธานวิสาหกิจชุมชนศูนย์กลางการพัฒนาสมุนไพรเพลาเพลินเพื่อชุมชน จ.บุรีรัมย์ (PHC) กล่าวว่า จากที่ทางวิสาหกิจชมุชนเพลาเพลินฯ ได้มีประสบการณ์การปลูกกัญชาทางการแพทย์ ในระบบปิดแบบเกษตรมาตรฐานสูงเกรดทางการแพทย์ ให้กับภาคสาธารณสุขใช้ทำเป็นยารักษาโรคมาแล้ว ทางวิสาหกิจเพลาเพลินฯ จึงได้เข้ามาร่วมขับเคลื่อนในทางอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจ ด้วยการนำผลผลิตส่วนที่ไม่ใช่ยาเสพติด และไม่ผิดกฎหมายมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมถึงผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง

ศลิษา พิบูลย์สวัสดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอคัลเลอร์ คอสเมติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ิตกลงความร่วมมือในการวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่อง สำอาง ซึ่งใช้วัตถุดิบจากกัญชา กัญชง และสมุนไพรอื่น ๆ เพื่อต่อยอดและเป็นแนวทางในการหาโอกาสใหม่ ๆ ในเชิงเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมให้กับกัญชากัญชงที่กำลังจะกลายเป็นพืชเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนตัวใหม่ของประเทศไทย ให้มีมาตรฐานสากลและพร้อมก้าวไกลไปสู่วงการเครื่องสำอางระดับโลก

“ร่วมกันวิจัยพัฒนาเป็น Pilot Project คือผลิตภัณฑ์แคนนาบิส ลีฟ พาวเดอร์ เฟเชียล มาส์ก ได้มีการจดแจ้งผลิตภัณฑ์กับทาง อย. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกำลังดำเนินการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่นกัน”

       สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ประกาศกฎหมายที่มีกัญชา กัญชง เป็นส่วนผสม ได้มีการกำหนดให้ส่วนที่ไม่ใช่ยาเสพติด ได้แก่ เปลือก ลำต้น เส้นใย กิ่งก้าน ราก ใบที่ไม่ติดช่อดอก และกากจากการสกัด และน้ำมันหรือสารสกัดจากเมล็ดกัญชงและสารสกัด Cannabidiol (CBD) ซึ่งมี Tetrahydrocannabinol (THC) ไม่เกินร้อยละ 0.2 โดยน้ำหนัก สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในเครื่องสำอางได้ เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2564 ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าในตลาดเครื่องสำอาง อีกทั้งยังเป็นผลดีของภาคการเกษตรผู้ปลูกกัญชาและกัญชง และเป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะได้ก้าวเข้าสู่การแข่งขันในอุตสาหกรรมกัญชา กัญชง ระดับสากล

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.thestorythailand.com/26/06/2021/32319/

MOU_๒๑๐๖๒๕_191

“วิสาหกิจชุมชนเพลาเพลินฯ” ร่วมมือ “iColor” ผนึกกำลังพัฒนา ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากกัญชา กัญชง

        วิสาหกิจชุมชนศูนย์กลางการพัฒนาสมุนไพรเพลาเพลินเพื่อชุมชน จ.บุรีรัมย์ (PHC) ผู้นำด้านการปลูกกัญชาและกัญชงแบบเกษตรมาตรฐานสูงเกรดทางการแพทย์ของประเทศไทย ร่วมมือกับ บริษัท ไอคัลเลอร์ คอสเมติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านการผลิตเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าและผิวกาย ผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผม ผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ในโรงแรมและสปา รวมถึงบรรจุภัณฑ์ต่างๆคุณภาพสูงมาตรฐานระดับสากล ร่วมพัฒนาวัตถุดิบ จากกัญชา กัญชง สู่ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเพื่อเป็น Pilot Project นำร่องเป็นรายแรกของไทย ตั้งเป้ามุ่งสู่การแข่งขันในตลาดโลก

        นางศศิการ ล้อจิโรภาส ประธานวิสาหกิจชุมชนศูนย์กลางการพัฒนาสมุนไพรเพลาเพลินเพื่อชุมชน จ. บุรีรัมย์ (PHC) กล่าวว่า “จากที่ทางวิสาหกิจชมุชนเพลาเพลินฯ ได้มีประสบการณ์การปลูกกัญชาทางการแพทย์ ในระบบปิดแบบเกษตรมาตรฐานสูงเกรดทางการแพทย์ ให้กับภาคสาธารณสุขใช้ทำเป็นยารักษาโรคมาแล้ว ทางวิสาหกิจเพลาเพลินฯ จึงได้เข้ามาร่วมขับเคลื่อนในทางอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจ ด้วยการนำผลผลิตส่วนที่ไม่ใช่ยาเสพติด และไม่ผิดกฎหมายมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง”

        นางศลิษา พิบูลย์สวัสดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอคัลเลอร์ คอสเมติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้ เราได้ร่วมลงนามภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือในการวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่อง สำอาง ซึ่งใช้วัตถุดิบจากกัญชา กัญชง และสมุนไพรอื่นๆ เพื่อต่อยอดและเป็นแนวทางในการหาโอกาสใหม่ๆ ในเชิงเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมให้กับกัญชากัญชงที่กำลังจะกลายเป็นพืชเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนตัวใหม่ของ ประเทศไทย ให้มีมาตรฐานสากลและพร้อมก้าวไกลไปสู่วงการเครื่องสำอางระดับโลก และในวันเดียวกันนี้ผลิตภัณฑ์ที่เราร่วมกันวิจัยพัฒนาเป็น Pilot Project คือผลิตภัณฑ์แคนนาบิส ลีฟ พาวเดอร์ เฟเชียล มาส์ก ได้มีการจดแจ้งผลิตภัณฑ์กับทาง อย. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกำลังดำเนินการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่นกัน”

        สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ประกาศกฎหมายที่มีกัญชา กัญชง เป็นส่วนผสม ได้มีการกำหนดให้ส่วนที่ไม่ใช่ยาเสพติด ได้แก่ เปลือก ลำต้น เส้นใย กิ่งก้าน ราก ใบที่ไม่ติดช่อดอก และกากจากการสกัด และน้ำมันหรือสารสกัดจากเมล็ดกัญชงและสารสกัด Cannabidiol (CBD) ซึ่งมี Tetrahydrocannabinol (THC) ไม่เกินร้อยละ 0.2 โดยน้ำหนัก สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในเครื่องสำอางได้ เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2564 ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าในตลาดเครื่องสำอาง อีกทั้งยังเป็นผลดีของภาคการเกษตรผู้ปลูกกัญชาและกัญชง และเป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะได้ก้าวเข้าสู่การแข่งขันในอุตสาหกรรมกัญชา กัญชง ระดับสากล

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.sanook.com/women/177833

000

iColor” จับมือ “PHC” ผนึกกำลังร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอางจากกัญชา กัญชงยื่นจดแจ้งรายแรกของไทย

       บริษัท ไอคัลเลอร์ คอสเมติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านการผลิตเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าและผิวกาย ผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผม ผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ในโรงแรมและสปา รวมถึงบรรจุภัณฑ์ต่างๆคุณภาพสูงมาตรฐานระดับสากล ร่วมกับวิสาหกิจชุมชนศูนย์กลางการพัฒนาสมุนไพรเพลาเพลินเพื่อชุมชน (PHC) ผู้นำด้านการปลูกกัญชาและกัญชงแบบเกษตรมาตรฐานสูงเกรดทางการแพทย์ และ beWiLD Cosmetics แบรนด์เครื่องสำอางระดับเวิลด์คลาส เน้นนวัตกรรมที่ล้ำหน้า คุณภาพมาตรฐานสูง ร่วมพัฒนาวัตถุดิบจากกัญชา กัญชง สู่ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางยื่นจดแจ้งเป็นรายแรกของไทย ตั้งเป้ามุ่งสู่การแข่งขันในตลาดโลก พร้อมกันนี้ผลิตภัณฑ์ที่ร่วมกันวิจัยพัฒนา คือ beWiLD Cannabis Leaf Powder Facial Mask ได้มีการจดแจ้งผลิตภัณฑ์กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกำลังดำเนินการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่นกัน

         ภายหลังจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ประกาศปลดล็อคกัญชา กัญชงจากการเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 และอนุญาตให้ใช้น้ำมันหรือสารสกัดจากเมล็ดกัญชงและสารสกัด CBD (Cannabidiol) ในเครื่องสำอางได้นั้น สามารถช่วยเพิ่มมูลค่าในตลาดเครื่องสำอาง อีกทั้งยังเป็นผลดีของภาคการเกษตรผู้ปลูกกัญชาและกัญชง และเป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่การแข่งขันในอุตสาหกรรมกัญชา กัญชง ระดับสากลได้ในอีกไม่ช้า

MOU_๒๑๐๖๒๕_7

iColor จับมือ PHC ผนึกกำลังร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอางจากกัญชา กัญชงยื่นจดแจ้งรายแรกของไทย

         บริษัท ไอคัลเลอร์ คอสเมติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านการผลิตเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าและผิวกาย ผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผม ผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ในโรงแรมและสปา รวมถึงบรรจุภัณฑ์ต่างๆคุณภาพสูงมาตรฐานระดับสากล ร่วมกับวิสาหกิจชุมชนศูนย์กลางการพัฒนาสมุนไพรเพลาเพลินเพื่อชุมชน (PHC) ผู้นำด้านการปลูกกัญชาและกัญชงแบบเกษตรมาตรฐานสูงเกรดทางการแพทย์ และ beWiLD Cosmetics แบรนด์เครื่องสำอางระดับเวิลด์คลาส เน้นนวัตกรรมที่ล้ำหน้า คุณภาพมาตรฐานสูง ร่วมพัฒนาวัตถุดิบจากกัญชา กัญชง สู่ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางยื่นจดแจ้งเป็นรายแรกของไทย ตั้งเป้ามุ่งสู่การแข่งขันในตลาดโลก พร้อมกันนี้ผลิตภัณฑ์ที่ร่วมกันวิจัยพัฒนา คือ beWiLD Cannabis Leaf Powder Facial Mask ได้มีการจดแจ้งผลิตภัณฑ์กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกำลังดำเนินการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่นกัน

      ภายหลังจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ประกาศปลดล็อคกัญชา กัญชงจากการเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 และอนุญาตให้ใช้น้ำมันหรือสารสกัดจากเมล็ดกัญชงและสารสกัด CBD (Cannabidiol) ในเครื่องสำอางได้นั้น สามารถช่วยเพิ่มมูลค่าในตลาดเครื่องสำอาง อีกทั้งยังเป็นผลดีของภาคการเกษตรผู้ปลูกกัญชาและกัญชง และเป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่การแข่งขันในอุตสาหกรรมกัญชา กัญชง ระดับสากลได้ในอีกไม่ช้า

แก้แล้ว

กระทรวงสาธารณสุข ไฟเขียว ปลดล็อกยาสมุนไพร – เครื่องสำอางกัญชา กัญชง

     สิ้นสุดการรอคอย กระทรวงสาธารณสุขออกประกาศ 5 ฉบับ ปลดล็อกเครื่องสำอางกัญชา-กัญชง พร้อมขึ้นบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร คุมเข้มฉลากผลิตภัณฑ์

เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อน และส่งเสริมการใช้กัญชา กัญชง ในเครื่องสำอาง และขึ้นบัญชียาหลักแห่งชาติ ด้านสมุนไพร ล่าสุด กระทรวงสาธารณสุข ออกประกาศ อนุญาตการกัญชา-กัญชง ในเครื่องสำอาง และขึ้นทะเบียนยาสมุนไพร จำนวน 5 ฉบับ โดยมีใจความสำคัญดังนี้

ประกาศคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ เรื่อง บัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร พ.ศ. 2564 ระบุอนุญาตให้ใช้ยาน้ำมันกัญชาที่ผลิตจากช่อดอก ซึ่งยามี delta-9- tetrahydrocannabinol (THC) 2.0 mg/ml ยาน้ำมันสารสกัดกัญชาที่มี Cannabidiol (CBD) 100 mg/ml. และมีdelta-9-tetrahydrocannabinol (THC) ในอัตราส่วนที่ CBD : THC มากกว่าหรือเท่ากับ 20:1 และยาน้ำมันสารสกัดกัญชาที่มี Delta-9 tetrahydrocannabinol (THC) และ Cannabidiol (CBD) ในอัตราส่วน 1:1 เพื่อรักษาเสริมในผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะท้ายที่มีอาการนอนไม่หลับ เบื่ออาหาร หรือ มีอาการปวดในระดับปานกลางถึงรุนแรง ที่รักษาด้วยยามาตรฐานไม่ได้หรือไม่ได้ผล ซึ่งสั่งใช้ยาโดยผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมแผนปัจจุบันที่ผ่านการอบรม หลักสูตรการใช้กัญชาทางการแพทย์ที่กระทรวงสาธารณสุขรับรองส่วนยาน้ำมันสารสกัดกัญชาที่มี Delta-9- tetrahydrocannabinol (THC) ไม่เกิน 0.5 mg/drop สามารถใช้รักษาเสริมหรือรวบรวมกับการรักษาตามมาตรฐานในการรักษาภาวะคลื่นไส้ อาเจียนจากเคมีบำบัด และใช้รักษาเสริมในผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะท้ายที่มีอาการนอนไม่หลับ เบื่ออาหาร หรือ
มีอาการปวดในระดับปานกลางถึงรุนแรง ที่รักษาด้วยยามาตรฐานไม่ได้หรือไม่ได้ผล ให้สั่งใช้ยาโดยผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมแผนปัจจุบันที่ผ่านการอบรมหลักสูตรการ ใช้กัญชาทางการแพทย์ที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การใช้สารสกัดที่มีสารแคนนาบิไดออลจากกัญชา และกัญชงในเครื่องสสำอาง พ.ศ. 2564 ระบุส่วนประกอบที่ได้จากการสกัดกัญชาหรือกัญชง และต้องมีสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinol, THC) ไม่เกิน 0.2% โดยน้ำหนัก และห้ามใช้สารแคนนาบิไดออลที่ได้จากการสังเคราะห์ (Synthetic Cannabidiol) ภายใต้เงื่อนไข

  1. ห้ามใช้ในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในช่องปาก หรือผลิตภัณฑ์ ที่ใช้บริเวณจุดซ่อนเร้น
  2. วัตถุดิบที่ใช้ต้องมีสาร THC ปนเปื้อนไม่เกิน 0.2%
  3. ในกรณีเครื่องสำอางพร้อมใช้รูปแบบน้ำมัน หรือ Soft Gelatin Capsules จะต้องมีสาร THC ปนเปื้อน ไม่เกิน 0.001%

ประกาศคณะกรรมการเครื่องสำอาง เรื่อง ฉลากของเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของ สารสกัดที่มีสารแคนนาบิไดออลจากกัญชา และกัญชง พ.ศ. 2564 ระบุให้ผู้ผลิตเพื่อขาย หรือผู้รับจ้างผลิตเครื่องสำอางที่มีสารสกัดที่มีสารแคนนาบิไดออล จากกัญชา และกัญชงเป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอางจัดทำฉลากให้สอดคล้องกับประกาศ คณะกรรมการเครื่องสำอาง เรื่อง ฉลากของเครื่องสำอาง พ.ศ. 2562 โดยต้องแสดงคำเตือนเกี่ยวกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นต่ออนามัยของบุคคล หรือข้อความเพื่อคุ้มครอง ผู้บริโภค (ถ้ามี) และหากมีสารใด ๆ ในสูตร ที่ต้องแสดงคำเตือนตามประกาศคณะกรรมการเครื่องสำอาง ว่าด้วยเรื่องคำเตือนให้แสดงคำเตือนดังกล่าวด้วย และในกรณีคำเตือนซ้ำ ให้แสดงข้อความตามบัญชี แนบท้ายนอกจากนี้ผู้ผลิตเพื่อขาย หรือผู้รับจ้างผลิตเครื่องสำอางที่มีสารสกัดที่มีสารแคนนาบิไดออล จากกัญชา และกัญชงเป็นส่วนผสมต้องแสดงความเข้มข้น ของสารแคนนาบิไดออล ในฉลากเป็นร้อยละโดยน้ำหนัก (Weight by Weight) โดยมีบังคับข้อความดังต่อไปนี้

  1. ผลิตภัณฑ์ทุก ประเภท ยกเว้น ผลิตภัณฑ์รูปแบบ น้ำมัน หรือ รูปแบบ Soft Gelatin Capsules

คำเตือนที่ฉลาก :

ㆍผลิตภัณฑ์อาจก่อให้เกิดการแพ้หรือการระคายเคืองได้
ㆍหากใช้แล้วมีความผิดปกติ ใด ๆ เกิดขึ้นต้องหยุดใช้ และปรึกษาแพทย์ หรือ เภสัชกร

  1. ผลิตภัณฑ์รูปแบบ น้ำมัน หรือ รูปแบบ Soft Gelatin Capsules

คำเตือนที่ฉลาก :

ㆍห้ามรับประทาน
ㆍผลิตภัณฑ์อาจก่อให้เกิดการแพ้หรือการระคายเคืองได้ หากใช้แล้วมีความผิดปกติ ใด ๆ เกิดขึ้นต้องหยุดใช้ และปรึกษาแพทย์ หรือ เภสัชกร

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การใช้ส่วนของกัญชงในเครื่องสำอาง พ.ศ. 2564 ระบุเงื่อนไขสำคัญ คือ กากหรือเศษที่เหลือจากการสกัดกัญชงและต้องมีสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (tetrahydrocannabinol, THC) ที่นำมาใช้จะต้องไม่เกินร้อยละ 0.2 โดยน้ำหนักทั้งนี้ ส่วนของกัญชงต้องทำให้แห้งแล้ว และต้องใช้ในวัตถุประสงค์ทางเครื่องสำอางเท่านั้น และห้ามใช้ในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในช่องปาก หรือผลิตภัณฑ์ ที่ใช้บริเวณจุดซ่อนเร้น ในกรณีเครื่องสำอางพร้อมใช้จะต้องมีสาร THC ปนเปื้อนไม่เกิน 0.2% ประกาศคณะกรรมการเครื่องสำอาง เรื่อง การแสดงคำเตือนที่ฉลากของเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของส่วนของกัญชง พ.ศ. 2564 ผู้ผลิตเพื่อขาย หรือผู้รับจ้างผลิตเครื่องสำอางที่มีส่วนของกัญชงเป็นส่วนผสม ในการผลิตเครื่องสำอาง ต้องแสดงคำเตือนตามที่ระบุ คือ

ㆍผลิตภัณฑ์อาจก่อให้เกิด การแพ้หรือการระคายเคืองได้
ㆍหากใช้แล้วมีความผิดปกติ ใด ๆ เกิดขึ้น ต้องหยุดใช้ และปรึกษาแพทย์ หรือ เภสัชกร

UPDATE กฎหมายกัญชา-กัญชง ณ วันที่ 17 พฤษภาคม 2021

รายละเอียดกัญชา
https://www.thaipost.net/main/detail/103322
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2564/E/105/T_0001.PDF

รายละเอียดกัญชง
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2564/E/105/T_0002.PDF

 

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thansettakij.com/content/business/480391?as=