55

“วิสาหกิจชุมชนเพลาเพลินฯ” ร่วมมือ “iColor” ผนึกกำลังพัฒนา ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากกัญชา กัญชง พร้อมลงแข่งตลาดโลก

       สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (25 มิถุนายน 2564) – วิสาหกิจชุมชนศูนย์กลางการพัฒนาสมุนไพรเพลาเพลินเพื่อชุมชน จ.บุรีรัมย์ (PHC) ผู้นำด้านการปลูกกัญชาและกัญชงแบบเกษตรมาตรฐานสูงเกรดทางการแพทย์ของประเทศไทย ร่วมมือกับ บริษัท ไอคัลเลอร์ คอสเมติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านการผลิตเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าและผิวกาย ผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผม ผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ในโรงแรมและสปา รวมถึงบรรจุภัณฑ์ต่างๆคุณภาพสูงมาตรฐานระดับสากล ร่วมพัฒนาวัตถุดิบ จากกัญชา กัญชง สู่ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเพื่อเป็น Pilot Project นำร่องเป็นรายแรกของไทย ตั้งเป้ามุ่งสู่การแข่งขันในตลาดโลก

       นางศศิการ ล้อจิโรภาส ประธานวิสาหกิจชุมชนศูนย์กลางการพัฒนาสมุนไพรเพลาเพลินเพื่อชุมชน จ. บุรีรัมย์ (PHC) กล่าวว่า “จากที่ทางวิสาหกิจชมุชนเพลาเพลินฯ ได้มีประสบการณ์การปลูกกัญชาทางการแพทย์ ในระบบปิดแบบเกษตรมาตรฐานสูงเกรดทางการแพทย์ ให้กับภาคสาธารณสุขใช้ทำเป็นยารักษาโรคมาแล้ว ทางวิสาหกิจเพลาเพลินฯ จึงได้เข้ามาร่วมขับเคลื่อนในทางอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจ ด้วยการนำผลผลิตส่วนที่ไม่ใช่ยาเสพติด และไม่ผิดกฎหมายมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง

       นางศลิษา พิบูลย์สวัสดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอคัลเลอร์ คอสเมติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้ เราได้ร่วมลงนามภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือในการวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่อง สำอาง ซึ่งใช้วัตถุดิบจากกัญชา กัญชง และสมุนไพรอื่นๆ เพื่อต่อยอดและเป็นแนวทางในการหาโอกาสใหม่ๆ ในเชิงเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมให้กับกัญชากัญชงที่กำลังจะกลายเป็นพืชเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนตัวใหม่ของ ประเทศไทย ให้มีมาตรฐานสากลและพร้อมก้าวไกลไปสู่วงการเครื่องสำอางระดับโลก และในวันเดียวกันนี้ผลิตภัณฑ์ที่เราร่วมกันวิจัยพัฒนาเป็น Pilot Project คือผลิตภัณฑ์แคนนาบิส ลีฟ พาวเดอร์ เฟเชียล มาส์ก ได้มีการจดแจ้งผลิตภัณฑ์กับทาง อย. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกำลังดำเนินการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่นกัน”

       สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ประกาศกฎหมายที่มีกัญชา กัญชง เป็นส่วนผสม ได้มีการกำหนดให้ส่วนที่ไม่ใช่ยาเสพติด ได้แก่ เปลือก ลำต้น เส้นใย กิ่งก้าน ราก ใบที่ไม่ติดช่อดอก และกากจากการสกัด และน้ำมันหรือสารสกัดจากเมล็ดกัญชงและสารสกัด Cannabidiol (CBDซึ่งมี Tetrahydrocannabinol (THC) ไม่เกินร้อยละ 0.2 โดยน้ำหนัก สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในเครื่องสำอางได้ เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2564 ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าในตลาดเครื่องสำอาง อีกทั้งยังเป็นผลดีของภาคการเกษตรผู้ปลูกกัญชาและกัญชง และเป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะได้ก้าวเข้าสู่การแข่งขันในอุตสาหกรรมกัญชา กัญชง ระดับสากล

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.hooninside.com/news-feed/217492/view/

30

“วิสาหกิจชุมชนเพลาเพลินฯ” ร่วมมือ “iColor” ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากกัญชา กัญชง

        ร่วมพัฒนาวัตถุดิบ จากกัญชา กัญชง สู่ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเพื่อเป็น Pilot Project นำร่องเป็นรายแรกของไทย ตั้งเป้ามุ่งสู่การแข่งขันในตลาดโลก

        วิสาหกิจชุมชนศูนย์กลางการพัฒนาสมุนไพรเพลาเพลินเพื่อชุมชน จ.บุรีรัมย์ (PHC) ผู้นำด้านการปลูกกัญชาและกัญชงแบบเกษตรมาตรฐานสูงเกรดทางการแพทย์ของประเทศไทย ร่วมมือกับ บริษัท ไอคัลเลอร์ คอสเมติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านการผลิตเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าและผิวกาย ผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผม ผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ในโรงแรมและสปา รวมถึงบรรจุภัณฑ์ต่างๆคุณภาพสูงมาตรฐานระดับสากล ร่วมพัฒนาวัตถุดิบ จากกัญชา กัญชง สู่ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเพื่อเป็น Pilot Project นำร่องเป็นรายแรกของไทย ตั้งเป้ามุ่งสู่การแข่งขันในตลาดโลก

        นางศศิการ ล้อจิโรภาส ประธานวิสาหกิจชุมชนศูนย์กลางการพัฒนาสมุนไพรเพลาเพลินเพื่อชุมชน จ. บุรีรัมย์ (PHC) กล่าวว่า “จากที่ทางวิสาหกิจชมุชนเพลาเพลินฯ ได้มีประสบการณ์การปลูกกัญชาทางการแพทย์ ในระบบปิดแบบเกษตรมาตรฐานสูงเกรดทางการแพทย์ ให้กับภาคสาธารณสุขใช้ทำเป็นยารักษาโรคมาแล้ว ทางวิสาหกิจเพลาเพลินฯ จึงได้เข้ามาร่วมขับเคลื่อนในทางอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจ ด้วยการนำผลผลิตส่วนที่ไม่ใช่ยาเสพติด และไม่ผิดกฎหมายมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง”

        นางศลิษา พิบูลย์สวัสดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอคัลเลอร์ คอสเมติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้ เราได้ร่วมลงนามภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือในการวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่อง สำอาง ซึ่งใช้วัตถุดิบจากกัญชา กัญชง และสมุนไพรอื่นๆ เพื่อต่อยอดและเป็นแนวทางในการหาโอกาสใหม่ๆ ในเชิงเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมให้กับกัญชากัญชงที่กำลังจะกลายเป็นพืชเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนตัวใหม่ของ ประเทศไทย ให้มีมาตรฐานสากลและพร้อมก้าวไกลไปสู่วงการเครื่องสำอางระดับโลก และในวันเดียวกันนี้ผลิตภัณฑ์ที่เราร่วมกันวิจัยพัฒนาเป็น Pilot Project คือผลิตภัณฑ์แคนนาบิส ลีฟ พาวเดอร์ เฟเชียล มาส์ก ได้มีการจดแจ้งผลิตภัณฑ์กับทาง อย. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกำลังดำเนินการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่นกัน”

        สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ประกาศกฎหมายที่มีกัญชา กัญชง เป็นส่วนผสม ได้มีการกำหนดให้ส่วนที่ไม่ใช่ยาเสพติด ได้แก่ เปลือก ลำต้น เส้นใย กิ่งก้าน ราก ใบที่ไม่ติดช่อดอก และกากจากการสกัด และน้ำมันหรือสารสกัดจากเมล็ดกัญชงและสารสกัด Cannabidiol (CBD) ซึ่งมี Tetrahydrocannabinol (THC) ไม่เกินร้อยละ 0.2 โดยน้ำหนัก สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในเครื่องสำอางได้ เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2564 ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าในตลาดเครื่องสำอาง อีกทั้งยังเป็นผลดีของภาคการเกษตรผู้ปลูกกัญชาและกัญชง และเป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะได้ก้าวเข้าสู่การแข่งขันในอุตสาหกรรมกัญชา กัญชง ระดับสากล

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.bangkokbiznews.com/pr/detail/78437

677

วิสาหกิจชุมชนเพลาเพลิน ร่วมมือ iColor พัฒนา เครื่องสำอางจากกัญชา กัญชง

       วิสาหกิจชุมชนศูนย์กลางการพัฒนาสมุนไพรเพลาเพลินเพื่อชุมชน จ.บุรีรัมย์ (PHC) ผู้ปลูกกัญชาและกัญชงแบบเกษตรมาตรฐานสูงเกรดทางการแพทย์ของประเทศไทย ร่วมมือกับ บริษัท ไอคัลเลอร์ คอสเมติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมพัฒนาวัตถุดิบจากกัญชา กัญชง สู่ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเพื่อเป็น Pilot Project นำร่องเป็นรายแรกของไทย ตั้งเป้ามุ่งสู่การแข่งขันในตลาดโลก

ศศิการ ล้อจิโรภาส ประธานวิสาหกิจชุมชนศูนย์กลางการพัฒนาสมุนไพรเพลาเพลินเพื่อชุมชน จ.บุรีรัมย์ (PHC) กล่าวว่า จากที่ทางวิสาหกิจชมุชนเพลาเพลินฯ ได้มีประสบการณ์การปลูกกัญชาทางการแพทย์ ในระบบปิดแบบเกษตรมาตรฐานสูงเกรดทางการแพทย์ ให้กับภาคสาธารณสุขใช้ทำเป็นยารักษาโรคมาแล้ว ทางวิสาหกิจเพลาเพลินฯ จึงได้เข้ามาร่วมขับเคลื่อนในทางอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจ ด้วยการนำผลผลิตส่วนที่ไม่ใช่ยาเสพติด และไม่ผิดกฎหมายมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมถึงผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง

ศลิษา พิบูลย์สวัสดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอคัลเลอร์ คอสเมติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ิตกลงความร่วมมือในการวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่อง สำอาง ซึ่งใช้วัตถุดิบจากกัญชา กัญชง และสมุนไพรอื่น ๆ เพื่อต่อยอดและเป็นแนวทางในการหาโอกาสใหม่ ๆ ในเชิงเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมให้กับกัญชากัญชงที่กำลังจะกลายเป็นพืชเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนตัวใหม่ของประเทศไทย ให้มีมาตรฐานสากลและพร้อมก้าวไกลไปสู่วงการเครื่องสำอางระดับโลก

“ร่วมกันวิจัยพัฒนาเป็น Pilot Project คือผลิตภัณฑ์แคนนาบิส ลีฟ พาวเดอร์ เฟเชียล มาส์ก ได้มีการจดแจ้งผลิตภัณฑ์กับทาง อย. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกำลังดำเนินการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่นกัน”

       สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ประกาศกฎหมายที่มีกัญชา กัญชง เป็นส่วนผสม ได้มีการกำหนดให้ส่วนที่ไม่ใช่ยาเสพติด ได้แก่ เปลือก ลำต้น เส้นใย กิ่งก้าน ราก ใบที่ไม่ติดช่อดอก และกากจากการสกัด และน้ำมันหรือสารสกัดจากเมล็ดกัญชงและสารสกัด Cannabidiol (CBD) ซึ่งมี Tetrahydrocannabinol (THC) ไม่เกินร้อยละ 0.2 โดยน้ำหนัก สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในเครื่องสำอางได้ เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2564 ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าในตลาดเครื่องสำอาง อีกทั้งยังเป็นผลดีของภาคการเกษตรผู้ปลูกกัญชาและกัญชง และเป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะได้ก้าวเข้าสู่การแข่งขันในอุตสาหกรรมกัญชา กัญชง ระดับสากล

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.thestorythailand.com/26/06/2021/32319/

MOU_๒๑๐๖๒๕_191

“วิสาหกิจชุมชนเพลาเพลินฯ” ร่วมมือ “iColor” ผนึกกำลังพัฒนา ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากกัญชา กัญชง

        วิสาหกิจชุมชนศูนย์กลางการพัฒนาสมุนไพรเพลาเพลินเพื่อชุมชน จ.บุรีรัมย์ (PHC) ผู้นำด้านการปลูกกัญชาและกัญชงแบบเกษตรมาตรฐานสูงเกรดทางการแพทย์ของประเทศไทย ร่วมมือกับ บริษัท ไอคัลเลอร์ คอสเมติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านการผลิตเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าและผิวกาย ผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผม ผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ในโรงแรมและสปา รวมถึงบรรจุภัณฑ์ต่างๆคุณภาพสูงมาตรฐานระดับสากล ร่วมพัฒนาวัตถุดิบ จากกัญชา กัญชง สู่ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเพื่อเป็น Pilot Project นำร่องเป็นรายแรกของไทย ตั้งเป้ามุ่งสู่การแข่งขันในตลาดโลก

        นางศศิการ ล้อจิโรภาส ประธานวิสาหกิจชุมชนศูนย์กลางการพัฒนาสมุนไพรเพลาเพลินเพื่อชุมชน จ. บุรีรัมย์ (PHC) กล่าวว่า “จากที่ทางวิสาหกิจชมุชนเพลาเพลินฯ ได้มีประสบการณ์การปลูกกัญชาทางการแพทย์ ในระบบปิดแบบเกษตรมาตรฐานสูงเกรดทางการแพทย์ ให้กับภาคสาธารณสุขใช้ทำเป็นยารักษาโรคมาแล้ว ทางวิสาหกิจเพลาเพลินฯ จึงได้เข้ามาร่วมขับเคลื่อนในทางอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจ ด้วยการนำผลผลิตส่วนที่ไม่ใช่ยาเสพติด และไม่ผิดกฎหมายมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง”

        นางศลิษา พิบูลย์สวัสดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอคัลเลอร์ คอสเมติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้ เราได้ร่วมลงนามภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือในการวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่อง สำอาง ซึ่งใช้วัตถุดิบจากกัญชา กัญชง และสมุนไพรอื่นๆ เพื่อต่อยอดและเป็นแนวทางในการหาโอกาสใหม่ๆ ในเชิงเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมให้กับกัญชากัญชงที่กำลังจะกลายเป็นพืชเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนตัวใหม่ของ ประเทศไทย ให้มีมาตรฐานสากลและพร้อมก้าวไกลไปสู่วงการเครื่องสำอางระดับโลก และในวันเดียวกันนี้ผลิตภัณฑ์ที่เราร่วมกันวิจัยพัฒนาเป็น Pilot Project คือผลิตภัณฑ์แคนนาบิส ลีฟ พาวเดอร์ เฟเชียล มาส์ก ได้มีการจดแจ้งผลิตภัณฑ์กับทาง อย. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกำลังดำเนินการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่นกัน”

        สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ประกาศกฎหมายที่มีกัญชา กัญชง เป็นส่วนผสม ได้มีการกำหนดให้ส่วนที่ไม่ใช่ยาเสพติด ได้แก่ เปลือก ลำต้น เส้นใย กิ่งก้าน ราก ใบที่ไม่ติดช่อดอก และกากจากการสกัด และน้ำมันหรือสารสกัดจากเมล็ดกัญชงและสารสกัด Cannabidiol (CBD) ซึ่งมี Tetrahydrocannabinol (THC) ไม่เกินร้อยละ 0.2 โดยน้ำหนัก สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในเครื่องสำอางได้ เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2564 ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าในตลาดเครื่องสำอาง อีกทั้งยังเป็นผลดีของภาคการเกษตรผู้ปลูกกัญชาและกัญชง และเป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะได้ก้าวเข้าสู่การแข่งขันในอุตสาหกรรมกัญชา กัญชง ระดับสากล

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.sanook.com/women/177833

22

Testimonial: บทสัมภาษณ์ คุณมานะ เตียงตระกูลทอง ที่ปรึกษาบริษัท ไอคัลเลอร์ คอสเมติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด

ปัจจุบันคุณมานะทำอะไรอยู่บ้าง?

เดิมที่เริ่มรู้จักกับฟินโนมีนา ก็เป็นผู้บริหารบริษัท ดูแลงานจนกระทั่ง Early Retire หลังจากออกมาแล้วก็ได้พักนิดเดียว จากนั้นเพื่อน ๆ ก็ชวนมาเป็นที่ปรึกษาอยู่ที่คอมเม็ทส์ เป็นบริษัทเกี่ยวกับเครื่องสำอาง ปัจจุบันก็ย้ายมาเป็นที่ปรึกษา Part Time อยู่ที่ไอคัลเลอร์  เพิ่งมาสร้างโรงงานใหม่ เป็นของ iColor Cosmetics Thailand เดิมทีคอมเม็ทส์เป็นธุรกิจ OEM ทางด้าน Cosmetic Packaging ทำพวกสินค้าสำเร็จรูปเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นการนำเข้ามา แล้วมาแพ็คไปให้ลูกค้า แต่พอมาเปิดเป็น iColor นี่จะเป็นแบบครบวงจรเลย มีการผสม Cosmetic Content เอง Personal Care, Skin Care ทำได้หมด ในเซเว่นก็มีที่เราทำส่ง คือนำเครื่องจักรจากเมืองนอกมาแล้วผลิตหลากหลายสินค้ามากขึ้น

จุดเริ่มต้นและเป้าหมายในการเข้ามาลงทุนของคุณมานะคืออะไร?

จริง ๆ เริ่มมานานแล้วนะ จุดแรก ๆ น่าจะเป็นช่วงที่ไปเรียนปริญญาโท ก็เลยรู้ว่ามีเรื่องการลงทุน พอไปดูปุ๊บ เริ่มสนใจปุ๊บ ก็เลยเริ่มเปิดพอร์ตหุ้น ก็ได้ ๆ เจ๊ง ๆ เลยมาดูกองทุนรวมน่าจะถูกโฉลก แต่สมัยก่อนดอกเบี้ยดี ก็ซื้อกองทุนตราสารหนี้เสียก่อน ที่เป็นแบบ 6 เดือน 1 ปี 3 เดือนมีดอก พวกคงที่แบบนี้มันก็ดูดี แล้วก็เริ่มมา RMF ยุคแรก ๆ ปีสองปีแรกก็เริ่มซื้อ มันก็ได้ประโยชน์เพราะเราก็จ่ายภาษีสูง แต่จริง ๆ แล้วก็อยู่ในหุ้นไทยมาตลอด ชนิดเดียวด้วยซ้ำ ไม่เคยคิดจะเล่นกองทุนนอกอะไรต่าง ๆ เลย ชีวิตก็วุ่นวายกับการต้องเปิดกับหลาย ๆ แบงก์หลาย ๆ ที่ แต่ถ้าเป็นบริษัทที่ดี ๆ ก็หาจุดขายยาก เพราะสมัยก่อนยากกว่าสมัยนี้อีก เปิดบัญชีของที่ไม่ใช่ของแบงก์ ก็ไม่รู้จะเปิดอย่างไร เราอยู่บ้านนอกต่างจังหวัด การติดต่อก็ไม่สะดวกในเรื่องของเอกสารต่าง ๆ

จนกระทั่งหลัง ๆ อ่านและศึกษาการลงทุนบ้างตามเวลาว่างที่มี มาเห็น NTER FINNOMENA เนี่ยชื่อแปลก ดูอยู่พักหนึ่งแต่ก็ยังไม่ได้เข้ามาตั้งแต่ช่วงแรกนะ มาเข้าช่วงที่ฟินโนมีนาเปิดมาได้สักประมาณ 6 เดือนหรือ 1 ปี เผอิญไปอ่านบทความเจอเรื่องของ Asset Allocation ซึ่งเราก็คิดว่าน่าจะมีผล เพราะว่าเราเคยได้รับผลพวงจากช่วงวิกฤตหลาย ๆ รอบที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นแฮมเบอร์เกอร์ หรือว่าต้มยำกุ้ง โดนมาแล้วมันรู้ไง เพราะมันตกไปเยอะ สมัยก่อนหุ้นไทยเวลามันตีกลับ แล้วเราซื้อแบบ DCA เรื่อย ๆ มันก็ได้ประโยชน์ ทำให้เห็นว่าการลงทุนมันช่วยได้เยอะ พอรู้จักฟินโนมีนาก็ชอบในเรื่องของ Asset Allocation แล้วก็คอยติดตามอัปเดตพอร์ตบ้าง หรือฟัง หรืออ่าน พอฟังปุ๊บก็ฉลาดขึ้นนะ รู้สึกว่าได้ความรู้จากการมองพวก Indicator ต่าง ๆ มากขึ้น รู้บ้างไม่รู้บ้างฟังซ้ำ ๆ ไป ทั้งคุณเจทคุณแบงค์ก็จะคล่องขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้กล้าไปเชิญชวนชาวบ้านมา รู้สึกว่าตอนนั้นเคยเชิญฟินโนมีนาไปเปิดคอร์สสอนที่บริษัท ที่คอมเม็ทส์ก็มี ก่อนหน้านั้นก็ไปสอนที่แบรนด์ คือแบรนด์นี่ไปเปิดสอน แล้วเปิดเป็นห้อง Conference ใหญ่เลย รู้สึกเปิดบัญชีกันเยอะอยู่นะรอบนั้น และทุกวันนี้หลาย ๆ คนก็น่าจะถืออยู่ และซื้อแบบ DCA อยู่

เพราะอะไรคุณมานะถึงตัดสินใจเลือกลงทุนกับ FINNOMENA?

น่าจะเป็นการฟังคอนเซปต์การลงทุนพวก Asset Allocation แล้วรู้สึกว่าน่าจะตอบโจทย์มากกว่า และก็ที่ชอบที่สุดเลยคือความเป็นกลางนะ ความเป็นกลางที่สามารถที่จะแนะนำกองทุนได้ เมื่อก่อนเราก็รู้จักแต่ของแบงก์ ไม่ได้อ่านจากที่อื่น ก็จะเชื่อว่าตัวนั้นมันดี หรืออ่านจากหนังสือพิมพ์ที่สรุปพวกธุรกิจ มันก็แล้วแต่ใครเชียร์ตัวไหนเราก็ซื้อตัวนั้น ฉะนั้นในพอร์ตก็จะมีจดหมายกองทุนเยอะมาก เยอะมากจนกระทั่งสุดท้ายมาเจอฟินโนมีนาด้วย FIX MY PORT จริง ๆ แล้วช่วงแรกก็ไม่ได้เชื่อหมด เพราะสังเกตแล้วมันก็ไม่ได้เคลียร์ตามนั้นหมด มันก็เชื่อ แต่เชื่อแบบสัก 30 เปอร์เซ็นต์ตามนั้นไปก่อน ที่เหลือก็เผื่อไว้ ตอนนี้ก็อยู่กับฟินโนมีนามา 3 ปีแล้วไวมากนะ

FINNOMENA สามารถเข้าไปช่วยเหลือในจุดไหนของคุณมานะได้บ้าง?

ส่วนใหญ่แล้วถ้าคนทั่วไป สมมติเป็นนักธุรกิจก็จะทำให้พอรู้ Circle เล็ก ๆ น้อย ๆ หรือรู้เรื่องของธุรกิจบ้าง แต่เรื่องที่เขาจะไม่ค่อยศึกษากัน คือการอ่านในด้านเทคนิค เพราะฉะนั้นการที่ฟินโนมีนาเอาเรื่องของเทคนิคมาประกอบ นอกจากเรื่องวิเคราะห์พื้นฐาน มันให้เราดูเหมือนจับจังหวะได้ดีขึ้น ทำให้มีความมั่นใจเวลาที่เราจะตามตัวเลือกที่ทางฟินโนมีนาให้มาได้ง่ายขึ้น ซึ่งเดิมเราไม่ได้มีความรู้ทางด้านนี้ไง เลยทำให้ซื้อผิดซื้อถูก ซื้อจังหวะไม่ได้อะไรต่าง ๆ รวมทั้ง Asset Allocation ก็เหมือนกับเปิดโลกให้เรารู้จักกองทุนอีกหลายตัวที่ไม่เคยรู้จัก

คุณมานะมองว่า FINNOMENA แตกต่างจากการลงทุนที่อื่นอย่างไร?

มีพอร์ตให้เลือกหลากหลายนะ ตามแผนการเงินของแต่ละคนเลยนะ มีตั้งแต่ไม่รู้จักอะไรเลย ยันมืออาชีพ เข้าใจออกผลิตภัณฑ์ ตอบรับได้ทุกระดับความเสี่ยงของแต่ละคน

อย่างของเราเองก็ถือตั้งหลายพอร์ต แต่ละพอร์ตก็มีวัตถุประสงค์ต่างกัน คือบางพอร์ตก็ถือเพื่อให้มีเงินไหลเข้า บางพอร์ตก็เสี่ยงเยอะ เน้นสีสันในชีวิต เพิ่มอะดรีนาลีนอะไรแบบนี้ มันก็ดีทำให้เราไม่ต้องคิดมาก คือเดิมปกติวางแผนการเงินเราก็ต้องแบ่งเป็นก้อน เหมือนกับการจัดการการเงินในกระเป๋านะ แต่ตัวนี้มันมีพอร์ตมาตอบการจัดการของเราเรียบร้อย มันก็สะดวกดี อย่างคนขับรถคนเก่าของเราก็แนะนำให้เขาซื้อพอร์ต 1st Million ทุกวันนี้เขาก็ซื้อแบบ DCA อยู่เรื่อย ๆ เขาก็มีความสุขมาก เพราะเขาไม่เคยรู้ว่ามันมีแบบนี้อยู่ ตอนนี้คนขับรถกับภรรยาก็กลายเป็นแฟน LIVE ของฟินโนมีนาเลยนะ

อยากให้ฝากอะไรถึงนักลงทุนท่านอื่นสักนิด ที่เป็นผู้เริ่มต้น หรือกำลังเดินอยู่บนเส้นทางการลงทุน ควรจะต้องทำตัวอย่างไรบ้าง?

พอพูดเรื่องลงทุน ทุกคนจะกังวลอยู่ 2 เรื่อง อันที่หนึ่งคือ ไม่มีเงินที่จะเริ่ม อันที่สองคือ ที่ลงทุนไปเสี่ยงไหม

เขาไม่เคยตอบโจทย์สองข้อนี้ด้วยตัวเค้าเองไงว่า ความเสี่ยง เกิดจากการไม่เริ่มต้นเรียนรู้ เหมือนเราที่เริ่มต้นจากการอ่านหนังสือพิมพ์ธุรกิจ หนังสือเรื่องการออมเงิน อ่านไปนิด ๆ หน่อย ๆ จากที่ไม่รู้เรื่องมันก็เริ่มมีความรู้ สิ่งสำคัญคือรู้แล้วมันต้องลงมือ ประเภทที่เรียกว่า ททท. ทำทันที ถ้าไม่รู้ว่าจะทำอะไร เปิดบัญชีไปก่อน ที่เหลือค่อยว่ากันต่อ ถ้าไม่เริ่มลงมือก็ไม่มีทางรู้ แล้วเด็กสมัยใหม่นี่ไม่มีทางเกษียณ ถ้าสมมติไม่รู้จักการวางแผนการเงิน

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.finnomena.com/z-admin/testimonial-05/

000

iColor” จับมือ “PHC” ผนึกกำลังร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอางจากกัญชา กัญชงยื่นจดแจ้งรายแรกของไทย

       บริษัท ไอคัลเลอร์ คอสเมติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านการผลิตเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าและผิวกาย ผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผม ผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ในโรงแรมและสปา รวมถึงบรรจุภัณฑ์ต่างๆคุณภาพสูงมาตรฐานระดับสากล ร่วมกับวิสาหกิจชุมชนศูนย์กลางการพัฒนาสมุนไพรเพลาเพลินเพื่อชุมชน (PHC) ผู้นำด้านการปลูกกัญชาและกัญชงแบบเกษตรมาตรฐานสูงเกรดทางการแพทย์ และ beWiLD Cosmetics แบรนด์เครื่องสำอางระดับเวิลด์คลาส เน้นนวัตกรรมที่ล้ำหน้า คุณภาพมาตรฐานสูง ร่วมพัฒนาวัตถุดิบจากกัญชา กัญชง สู่ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางยื่นจดแจ้งเป็นรายแรกของไทย ตั้งเป้ามุ่งสู่การแข่งขันในตลาดโลก พร้อมกันนี้ผลิตภัณฑ์ที่ร่วมกันวิจัยพัฒนา คือ beWiLD Cannabis Leaf Powder Facial Mask ได้มีการจดแจ้งผลิตภัณฑ์กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกำลังดำเนินการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่นกัน

         ภายหลังจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ประกาศปลดล็อคกัญชา กัญชงจากการเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 และอนุญาตให้ใช้น้ำมันหรือสารสกัดจากเมล็ดกัญชงและสารสกัด CBD (Cannabidiol) ในเครื่องสำอางได้นั้น สามารถช่วยเพิ่มมูลค่าในตลาดเครื่องสำอาง อีกทั้งยังเป็นผลดีของภาคการเกษตรผู้ปลูกกัญชาและกัญชง และเป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่การแข่งขันในอุตสาหกรรมกัญชา กัญชง ระดับสากลได้ในอีกไม่ช้า

MOU_๒๑๐๖๒๕_7

iColor จับมือ PHC ผนึกกำลังร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอางจากกัญชา กัญชงยื่นจดแจ้งรายแรกของไทย

         บริษัท ไอคัลเลอร์ คอสเมติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านการผลิตเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าและผิวกาย ผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผม ผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ในโรงแรมและสปา รวมถึงบรรจุภัณฑ์ต่างๆคุณภาพสูงมาตรฐานระดับสากล ร่วมกับวิสาหกิจชุมชนศูนย์กลางการพัฒนาสมุนไพรเพลาเพลินเพื่อชุมชน (PHC) ผู้นำด้านการปลูกกัญชาและกัญชงแบบเกษตรมาตรฐานสูงเกรดทางการแพทย์ และ beWiLD Cosmetics แบรนด์เครื่องสำอางระดับเวิลด์คลาส เน้นนวัตกรรมที่ล้ำหน้า คุณภาพมาตรฐานสูง ร่วมพัฒนาวัตถุดิบจากกัญชา กัญชง สู่ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางยื่นจดแจ้งเป็นรายแรกของไทย ตั้งเป้ามุ่งสู่การแข่งขันในตลาดโลก พร้อมกันนี้ผลิตภัณฑ์ที่ร่วมกันวิจัยพัฒนา คือ beWiLD Cannabis Leaf Powder Facial Mask ได้มีการจดแจ้งผลิตภัณฑ์กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกำลังดำเนินการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่นกัน

      ภายหลังจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ประกาศปลดล็อคกัญชา กัญชงจากการเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 และอนุญาตให้ใช้น้ำมันหรือสารสกัดจากเมล็ดกัญชงและสารสกัด CBD (Cannabidiol) ในเครื่องสำอางได้นั้น สามารถช่วยเพิ่มมูลค่าในตลาดเครื่องสำอาง อีกทั้งยังเป็นผลดีของภาคการเกษตรผู้ปลูกกัญชาและกัญชง และเป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่การแข่งขันในอุตสาหกรรมกัญชา กัญชง ระดับสากลได้ในอีกไม่ช้า

1

นโยบาย บริษัท ปลอดภัย จาก COVID-19

       เราทราบกันดีว่าวิกฤตโคโรน่า (โควิด-19) ได้ส่งผลที่ไม่ดีต่อการใช้ชีวิตของเราทุกคน ทางบริษัทฯ จึงมีนโยบาย บริษัท ปลอดภัย จาก COVID-19

       ทางบริษัทฯ ได้จัดการตรวจหาเชื้อกับทางโรงพยาบาลศิครินทร์ สมุทรปราการ โดยวิธี SWAP Test ให้กับพนักงานทุกท่าน ณ บริษัท ไอคัลเลอร์ คอสเมติคส์ (ประเทศไทย) จํากัด เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2564 เวลา 15.00 – 16.00 น. และได้รับการแจ้งผลจากโรงพยาบาล ไม่มีพนักงานท่านใดติดเชื้อ COVID-19

**เราจะข้ามผ่านวิกฤต Covid-19 นี้ไปด้วยกัน ขอให้การ์ดอย่าตก อย่าลืมสวมหน้ากาก รักษาระยะห่าง หมั่นล้างมือและป้องกันตนเองกันนะคะ**